รัฐบาลจึงกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ของ ภูมิภาคอินโดจีนขึ้น โดยตั้งเป้าการส่งออกต้องมีการขยายตัวร้อยละ 10-13 ต่อปี การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีระบบต้นทุนต่ำ และมีการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างปลอดภัย ขณะที่ประเทศไทยยังมีต้นทุนด้านลอจิสติกส์สูงถึง 25-30% ซึ่งถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี จะทำให้ต้นทุนต่ำลงและส่งผลให้ประเทศไทยได้เปรียบในราคาสินค้าเพิ่มขึ้น
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการผลิตบุคลากรด้านการขน ส่ง จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาด้านลอจิสติกส์ขึ้น โดยร่วม กับสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เครื่องนุ่งห่มไทยสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ สหพันธ์ การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2549-ปัจจุบัน โดยได้พัฒนากำลังแรงงานสนับสนุนลอจิสติกส์ไปแล้ว 69,046 คนและจะดำเนินการต่อไปอีกให้ได้มากที่สุด
ว่ากันว่าหากผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการขนส่งลงได้ร้อยละ 1 จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 และหากลดต้นทุนการขนส่งลงได้ร้อยละ 10 ก็จะสามารถเพิ่มการค้ารวมได้ถึงร้อยละ 20 ซึ่งจะช่วยให้ระบบลอจิสติกส์ไทยพัฒนาเทียบเท่าระดับสากลได้อย่างแน่นอน
ที่มา : http://logisticscorner.com





